12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

12 วิธีรักษาสิวอักเสบ แบบธรรมชาติ อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ บุคลิกภาพที่ดีเป็นภาพลักษณ์ภายนอกและจุดเริ่มต้นของความมั่นใจในการพบปะผู้คน รวมถึงการใช้ชีวิตในสังคมทั้งหน้าที่การงานและประสบการณ์ต่างๆ

 

แต่ถ้าผิวหน้าของเรานั้นไม่สดใส เต็มไปด้วยสิวอักเสบ สิวหนอง และรอยแผลเป็นจากสิว ก็จะยิ่งลดทอนความมั่นใจจนอาจจะทำให้เสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปเลยทีเดียว — วิธีรักษาสิวอักเสบ

 

สิวอักเสบ

 

อุปสรรคที่เกิดจากสิวอักเสบหรือสิวหนอง

สิวอักเสบ ที่บวมแดงและมีหนองจะมีลักษณะเป็นรอยแดงช้ำ ซึ่งในผู้ชายที่เป็นสิวอักเสบจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากไม่มีเครื่องสำอางมาปกปิดนั่นเอง สำหรับผู้หญิงที่ถึงแม้ว่าจะแต่งหน้าปกปิดได้ก็ตาม แต่การเมคอัพเพื่อกลบรอยสิวก็ยิ่งทำให้สิวเห่อและลุกลามหนักกว่าเดิม

 

2 สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ

สาเหตุการเกิดสิวอักเสบ จริงๆ แล้วสิวอักเสบก็เกิดมาจากสิวทั่วไป เพียงแต่มีการอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อ จึงทำให้สิวธรรมดาๆ มีอาการบวมแดงและอักเสบเป็นหนอง โดยสาเหตุหลักๆ นั้นมี 2 ประการ ดังนี้

 

1 . เกิดจากมือของเรา เพราะอาการคันไม้คันมือที่ชอบบีบ แคะ แกะ เกา ทั้งสิวชนิดมีหัวหรือไม่มีหัวก็ตาม จึงทำให้หัวสิวแตกและเกิดการรั่วของคอมีโดน (Comedone) ก่อให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococci / Streptococci

 

2 . เกิดจากเชื้อประจำถิ่น เป็นเชื้อแบคทีเรียที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีว่า Propionibacterium acnes หรือ Acnes นั่นเอง โดยจะกินไขมันบนผิวหน้าของเราเป็นอาหารและสามารถเจริญเติบโตได้ดี หากมีการอุดตันของไขมันที่ก่อให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง จากนั้นจึงสร้างเอนไซม์ที่เปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกรดไขมันอิสระ (Free Fatty Acid) ซึ่งก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

 

5 ประเภทของสิวอักเสบ

1 . สิวเสี้ยน (Trichostasis spinulosa) คือ การอุดตันของกลุ่มขนอ่อน (Vellus hair) ที่อยู่ในรูขุมขน ซึ่งอาจจะพบแค่เพียงเส้นเดียวหรือหลายเส้นก็ได้ มักจะเกิดบริเวณจมูก คาง และหลัง

 

2 . สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papule) เป็นการอักเสบแค่ส่วนบนของผิวหนังเท่านั้น

 

3 . สิวชนิดหัวหนอง (Pustule) มีทั้งชนิดที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้นและที่อยู่ลึกลงมา ซึ่งถ้าเป็นหนองบนผิวหนังชั้นตื้นๆ จะสามารถรักษาให้หายได้รวดเร็วกว่าสิวชนิดตุ่มนูนแดง

 

4 . สิวอักเสบและเป็นก้อนลึก (Nodule) เป็นสิวอักเสบชนิดที่อยู่ลึกลงไปและเป็นก้อนบวม มักจะใช้เวลาในการรักษาค่อนข้างนานและทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย

 

5 . สิวชนิดเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (Cyst) รู้จักกันในชื่อ “สิวหัวช้าง” และก่อให้เกิดรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

 

3 วิธีรักษาสิวอักเสบ

หลักการรักษาสิวอักเสบก็คือ เราจะต้องเอาหัวหนองออกให้หมด จากนั้นจึงค่อยดูแลรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะหรือทายาภายนอก โดยการรักษาสิวอักเสบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ

 

1 . สิวเป็นไต มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและแข็ง เมื่อกดหรือสัมผัสจะรู้สึกเจ็บแต่ว่าไม่มีหัวหนอง เวลาล้างหน้าแล้วมือไปโดนนั้นเจ็บมาก ก่อให้เกิดความรำคาญและรักษาหายช้า อีกทั้งยังเห็นเป็นรอยนูนแดงชัดเจน สำหรับวิธีการรักษาคือให้แต้มยาทาสิวหรือสมุนไพรสำหรับทาสิวเพื่อลดการอักเสบ สิวจะค่อยๆ ยุบลงไปโดยไม่มีหัวหนอง แต่จะต้องใช้เวลานานพอสมควร

 

2 . มีหัวหนองและหัวสิวยังไม่สุก วิธีการรักษาที่ดีที่สุดในระยะนี้คือ ควรกระตุ้นให้หัวสิวสุกโดยเร็วที่สุด เพราะเราจะต้องเอาหนองออกมาให้หมด แต่เพื่อเป็นการป้องกันเกิดรอยแผลเป็น ควรจะต้องเอาหนองออกในช่วงเวลาที่สิวสุก ด้วยการออกกำลังกายให้ร่างกายของเราเกิดความร้อน

 

ซึ่งจะช่วยเร่งให้สิวสุกเป็นหนองเร็วมากขึ้น และเมื่อสิวสุกแล้วควรกดเอาหนองออกให้หมด จากนั้นใช้ครีมแต้มสิวทาบ่อยๆ ก็จะเริ่มตกสะเก็ดแล้วค่อยแต้มด้วยครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่าการกดสิวจะต้องทำในช่วงที่สิวสุกเท่านั้น มิเช่นนั้นจะเกิดสิวหัวหนองซ้ำที่บริเวณเดิมๆ

 

3 . สิวสุก เราสามารถเจาะเอาหัวหนองออกให้หมดในระยะนี้ได้ ซึ่งสิวจะหายไปเองโดยไม่เกิดการติดเชื้อ หรืออาจจะทาครีมแต้มสิวและครีมลดรอย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นในระยะยาว

 

วิธีป้องกันสิวอักเสบเบื้องต้น

1 . เลิกสัมผัสใบหน้าด้วยมือ เราต้องเลิกแคะ แกะ หรือเกาบนใบหน้าด้วยมือเสียที เนื่องจากมือของเราที่สัมผัสผิวหน้ามักจะมีสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ซึ่งถ้าหากมีสิวอยู่แล้วก็อาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่หัวสิวแล้วพัฒนาเป็นสิวอักเสบได้

 

2 . หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมบางชนิด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive oil และ Lanolin หรือมีส่วนประกอบของน้ำมัน เพราะจะทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนได้

 

3 . ล้างหน้าให้สะอาด เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อขจัดสิ่งสกปรกที่คั่งค้างหรืออุดตันในรูขุมขนออกให้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการล้างหน้าบ่อยๆ เท่านั้น แต่ต้องล้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจะช่วยขับของเสียและน้ำมันที่ตกค้างบนผิวหน้าไม่ให้อุดตันจนกลายเป็นสิว

 

4 . เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักและไม่ก่อให้เกิดสิว ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้าประเภท Water – based หรือ Oil – free จะเหมาะกับผิวที่เป็นสิวมากกว่า เพราะผิวหน้าของเราต้องการความชุ่มชื้นมากกว่า เพื่อเป็นการสร้างความยืดหยุ่นเต่งตึงให้กับผิวพรรณ และไม่ก่อให้เกิดสิวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย (Non – Comedogence)

 

5 . การมาส์กหน้าด้วยสมุนไพร เป็นการรักษาสิวอักเสบด้วยสมุนไพรจากธรรมชาติ โดยให้ประสิทธิภาพในการรักษาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน ดังนั้นเราจึงควรเลือกสูตรมาส์กหน้าให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเองด้วยสมุนไพรรักษาสิว

admin